อาหารพื้นบ้าน.....ภูมิปัญญาแห่งการมีอายุยืนยาว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้ติดตามข่าวการพบปะกันของสองท่านผู้นำแห่งเกาหลีที่ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์แห่งความสามัคคีปรองดองของชนชาติที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขบนแผ่นดินแม่เดียวกัน

สิ่งหนึ่งที่ได้รับก็คือในเรื่องของอาหารการกินที่อาหารที่จัดสำหรับมื้อค่ำนั้นมีความหมายเกือบจะทุกจานที่นำออกมาเสิรฟ แต่จานที่สำคัญที่จะนำมาเขียนให้อ่านในวันนี้ก็คือ......บะหมี่เย็นเกาหลี

เพราะเป็นอาหารที่ท่านผู้นำเกาหลีเหนือนำมาฝากเป็นของฝากของขวัญแรกพบหน้าซึ่งต้องเป็นของขวัญที่มีความหมาย และนี่เป็นประโยคของท่านที่นำเสนอต่อท่านประธานาธิบดีของเกาหลีไต้......” ได้ทราบว่าท่านใฝ่ฝันที่จะไปรับประทานบะหมี่เย็นแบบเกาหลีเหนือ Pyongyang Naengmyeon วันนี้พวกเราจึงทำทุกวิถีทางที่จะนำเอาเชฟจากร้านบะหมี่เย็นชื่อดังของกรุงเปียงยางที่ชื่อ Okryu Gwan มาปรุงอาหารขึ้นชื่อจานนี้ให้ท่าน เพื่อระลึกถึงมิตรภาพที่เกิดขึ้นซึ่งจะอยู่ดำรงไปชั่วนานแสนนาน”

บะหมี่เย็นของเกาหลีเหนือนั้นเส้นนุ่มเหนียวและยืดยาวไม่ขาดง่าย......เป็นสัญญลักษณ์ของความยืนยาวไม่ว่าจะเป็นสัมพันธ์ภาพ ชีวิต หรือสุขภาพ เพราะเส้นนั้นทำจากBuck Wheat ที่มีกากใยอาหารที่ดีและมีปริมาณแป้งน้อย จัดเป็นอาหารสุขภาพอย่างหนึ่ง

ส่วนประกอบที่สำคัญของบะหมี่เย็นแบบเกาหลีเหนือซึ่งมีหลากหลายเวอร์ชั่น แต่ที่เป็นมาตรฐานก็คือ จะมีผักที่หั่นเป็นเส้นฝอยหลากหลายชนิดและหลากหลายสีสัน ผักหลากหลายสีสันจะมีสารอาหารที่แตกต่างกันไปแต่ส่วนใหญ่จะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะป้องกันการแก่ชราและการเสื่อมของอวัยวะทั่วๆไป มีไข่ที่อาจจะทำเป็นไข่ต้มผ่าซีก เป็นไข่ดาว หรือจะทำเป็นไข่ฝอยเพื่อความสวยงามก็ได้เพื่อช่วยเพิ่มโปรตีนในอาหารจะได้ครบถ้วนทุกหมวดหมู่

แล้วคลุกเคล้าเข้ากับซอสเผ็ดแบบเกาหลีที่เกิดจากการหมักของพริก ถั่วเหลือง และเนื้อแอปเปิล ฯลฯ ซึ่งในท้ายที่สุดก็จะได้เนื้อน้ำพริกที่มีสารอาหารและแบคทีเรียธรรมชาติที่จะช่วยในการย่อยอาหาร กำจัดสารพิษในลำไส้ และช่วยป้องกันการรุกรานของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค........ซึ่งเป็นประโยชน์ของอาหารที่เกิดจากการหมักตามธรรมชาติ

บะหมี่เย็นนั้นนิยมรับประทานในฤดูไบไม้ผลิและฤดูร้อนเพราะทำให้เกิดความสดชื่น......

แต่เมื่อมามองถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนที่อยู่อาศัยตามท้องถิ่นต่างๆทั่วโลกแล้วก็จะพบว่ามีอการใช้อาหารที่เกิดจากการหมักตามธรรมชาติที่สะอาดและปลอดจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคนำมาเป็นส่วนผสมในการปรุงอาหาร และน่าจะเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมาเพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ยืนยาวและหลอมรวมกับธรรมชาติในแต่ละท้องถิ่น

วานนี้ได้ดูข่าวผู้เฒ่าแห่งภาคอีสานของเราที่มีอายุ 110 ปี แล้วแต่ยังคงกระฉับกระเฉงแล้วก็พบว่านอกจากท่านจะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสแล้ว ยังแวดล้อมไปด้วยลูกหลานหลายรุ่นที่น่าจะเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาของคนไทยที่ทำให้ชีวิตในบั้นปลายของผู้สูงวัยไม่เหงา และมีสังคมที่ดีดูแล และเมื่อมาดูถึงอาหารหลักของอีสานบ้านเราแล้ว ส้มตำที่มีน้ำปลาร้าหมัก เมื่อรับประทานรวมกับผักสดนานาชนิดและข้าวเหนียวนุ่มๆที่ผ่านการนึ่งนำมาปั้นเป็นก้อนแล้วจิ้มกับน้ำส้มตำรับประทานก็น่าจะได้ผลคล้ายๆกันกับการบริโภคข้าวยำเกาหลีที่มีกิมจิเป็นส่วนประกอบ หรือการบริโภคบะหมี่เย็นแบบเกาหลีเหนือ

ที่จริงอาหารไทยของเราแต่ละภาคก็มีภูมิปัญญาแบบนี้แหละที่ส่งถ่ายกันมานานแสนนาน ไม่ว่าจะเป็นข้าวคลุกกะปิ ข้าวยำแบบปักษ์ไต้ หรือจะชอบเส้นหมี่(ขาวเย็นที่นำมายำแบบคนใต้ที่ชื่อ”เต้าคั่ว” ก็น่าจะมีส่วนคล้ายกับบะหมี่เย็นแบบเกาหลีเหนือ และข้าวยำแบบเกาหลี(บิมบิมบับ) เหมือนกัน

เคยนำเอาข้าวคลุกกะปิมาใส่ในครกร้อนแบบที่ใช้กับข้าวยำแบบเกาหลี แล้วเลือกใช้กะปิที่สดใหม่และหอม และวานแม่ครัวหั่นผักเป็นเส้นเล็กๆเพื่อที่จะคลุกเคล้าได้เข้าเนื้อ ผลก็คือทุกคนแย่งกันตักอาหารจานนี้หมดไปในพริบตา

แม้กระทั่งข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือถ้านำมาประยุกต์ทำให้กลายเป็นจานร้อน กระทะร้อนก้จะทำให้กลิ่นอาหารที่หอมแบบธรรมชาติออกมาได้เช่นกัน

ของดีของไทยเรานั้นมีอีกมากหลายที่จะนำสุขภาพที่ดีมาสู่ผู้บริโภค พวกเราจึงต้องมีหน้าที่นำเอาสิ่งที่ดีงามและมีประโยชน์ต่อสุขภาพแบบนี้นำเสนอให้คนทั่วโลกได้รับรู้

และพวกเราทุกคนได้รับประทานอาหารที่ดีถูกต้องตามหลักโภชนาการ.....อันเป็นรากฐานของการมีอายุที่ยืนยาวและสุขภาพดี