อาหารแบบซินเกียงใต้

การเดินทางไปศึกษาวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตของผู้คนในที่ต่างๆทำให้ได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมอันดีงามที่ตกทอดกันมานานนับเป็นพันๆปี และหลายสิ่งหลายอย่างก็สามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับการดำรงชีวิตในปัจจุบันเพื่อที่จะมีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนยาวอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

ใครที่ได้มีโอกาสเห็นภาพของผู้ชายสูงวัยชาวอุยกูร์ที่อายุ 103 ปี ในตอนที่แล้วก็คงจะได้เห็นแววตาที่มีแต่ความสดใส รอยยิ้มที่จริงใจ และท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี ซึ่งเกิดจากการมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ

แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องพูดถึงเสมอเมื่อนึกถึงเรื่องของสุขภาพก็คือ.....กินอย่างไรชีวิตและสุขภาพก็จะเป็นแบบนั้น

ในตอนนี้จึงอยากจะกล่าวถึงรูปแบบของอาหารสุขภาพที่ได้เห็นต่อเนื่องในเส้นทางจากเมืองเหอเถียนไปจนถึงเมืองคาชการ์ที่เป็นเส้นทางที่เลียบทะเลทรายทาคลิมากันทางด้านเหนือ และเทือกเขาคุนลุ้นที่สูงชันและเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญหลายสายทางด้านใต้ เมื่อเป็นดังนี้ดินแดนทางแถบนี้จึงมีอากาศที่แห้งแล้งเพราะมีทั้งลมทรายจากทะเลทรายและลมหนาวจากเทือกเขาสูง

แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนก็คือ......น้ำสะอาดบริสุทธิ์

น้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะบนเทือกเขาสูงที่นอกจากจะใสสะอาดแล้วยังอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุต่างๆที่มีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ในการดำรงชีวิตด้วย เพราะนอกจากจะใช้ในการกินการดื่มเพื่อการบริโภคแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการกสิกรรมและทำให้พืชผักผลไม้รวมทั้งหญ้าที่ใช้เลี้ยงสัตว์เป็นพืชพันธ์ธัญญาหารที่มีคุณค่าสูงต่อการเจริญเติบโตของแพะ แกะ และวัวภูเขาที่เรียกกันในภาษาพื้นบ้านว่า”เหมาเหนียว”

คนแถบนี้นิยมบริโภคพืชผักผลไม้และธัญญพืชนานาชนิดในสัดส่วนที่มากกว่าการบริโภคเนื้อสัตว์มาก ทำให้ได้คุณค่าของสารอาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอันเป็นปฐมบทของการป้องกันการแก่ชรา ที่เห็นบริโภคกันเป็นประจำจะได้แก่ ข้าวโพด มันสีม่วง ข้าวฟ่าง และผลไม้ที่รับประทานนั้นก็จะเป็นผลไม้ที่ปลูกเองในบริเวณบ้านเป็นส่วนใหญ่ทำให้ได้กินผลไม้ที่สดซึ่งอุดมสมบูรณืไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอ ไม่ว่าจะเป็นองุ่นที่ปลูกบนไม้ระแนงที่ประกอบกันเป็นซุ้มองุ่นอยู่หน้าบ้านในทุกบ้าน และเรียงรายเป็นหลังคาคลุมทางเดินในสวนสวยและทางสัญจร องุ่นสดนั้นรสชุ่มคอทำให้ไคอไม่ระคายเคืองจากอากาศที่แห้ง อวุ่นสดที่นี่ไม่หวานมากและถ้ากินหร้อมเปลือกจะได้รสฝาดเล็กน้อยที่น่าจะเป้นสารป้องกันอนุมูลอิสระที่ผสมอยู่นั่นเอง นอกจากนี้บริเวณแถบนี้ยังนิยมกินลูกท้อที่แม้ว่าลูกจะไม่ใหญ่แต่จะมีรสที่หงานและเนื้อกรอบ กินได้ทั้งลูกรวมทั้งผิวของลูกท้อที่นี่จะเป็นสีขาวปนเขียวให้ความสดชื่นเวลาเห็น

ที่สำคัญน่าจะได้แก่ลูกนัทชนิดต่างๆโดยเฉพาะ”วอลนัท” ที่ได้ชื่อว่ามีส่วนในการบำรุงสมองซึ่งน่าจะเกิดจากวิตามินอีและน้ำมันชนิดดีที่มีอยู่ในเนื้อวอลนัทนั่นเอง

ผลไม้ที่ขึ้นชื่ออีกชนิดหนึ่งได้แก่”ทับทิม” ที่มีรสเข้มข้นและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุรวมทั้งไวตามินซีที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่จะช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการแก่ชราโดยทั่วไปจึงเหมาะแก่การดำรงชีวิตอยู่ในดินแดนที่มีภูมิอากาศแบบนี้ ไปไหนมาไหนในบริเวณแถบนี้จะเห็นทับทิมและน้ำทับทิมขายกันตลอดทาง น้ำทับทิมที่นี่มีทั้งชนิดบรรจุขวดแก้วและชนิดคั้นสดๆที่ชนิดหลังให้รสที่สดชื่นมากกว่ามากและน่าจะมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าชนิดบรรจุขวด

อาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์นั้นที่เป็นที่นิยมมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น เนื้อแพะและเนื้อแกะย่างซึ่งที่นี่จะย่างทั้งตัว ส่วนใหญ่จะไม่ได้ใส่สมุนไพรเหมือนทางซินเกียงตอนเหนือ แต่ก็มีชนิดเสียบไม้ย่างที่มีการโรยสมุนไพรและเครื่องเทศเพื่อชูรสบ้างแต่จะไม่เผ็ดจัดจ้านเหมือนทางเหนือ พูดง่ายๆก็คือการปรุงเนื้อสัตว์จะใช้วิธีการทำให้สุกแบบช้าๆที่ทำให้โปรตีนไม่เสื่อมหรือกลายเป็นสารก่อมะเร็งเหมือนการทำให้สุกในเมืองใหญ่ที่นิยมทอดด้วยน้ำมันร้อนจัดหรือย่างจนเกรียมด้วยไฟแรงจัด การทำให้สุกด้วยการอบและย่างด้วยไฟอ่อนๆนั้นเป็นวิธีการทำอาหารที่ถูกต้องที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้วและเป็นการปรุงอาหารที่ถูกต้องต่อหลักสุขภาพเป็นอย่างมาก ที่พวกเราได้เห็นในการเดินทางครั้งนี้

การปรุงอาหารจากเนื้อสัตว์อีกอย่างหนึ่งก็คือการตุ๋นให้เปื่อยยุ่ยโดยมีเครื่องปรุงไม่มากนักเพื่อที่จะรักษารสธรรมชาติของเนื้อที่ปรุงเอาไว้ ได้มีโอกาสลองชิมเนื้อแพะตุ๋นจากร้านของชาวบ้านที่เมืองคาชการ์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการมีอายุยืนเช่นกันในเส้นทางสายแพรไหม เนื้อแพะที่ตุ๋นนั้นสามารถใช้ได้ทุกส่วนแต่ที่ได้รับประทานเป็นเนื้อส่วนซี่โครง เพราะเจ้าของร้านเห็นคนแปลกถิ่นมาก็คงอยากจะให้ได้กินส่วนที่ดีที่สุด นี่เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามอีกอย่างหนึ่งที่ได้เห็นและทำให้เห็นถึงความมีน้ำใจที่โอบอ้อมอารีต่อผู้มาเยือนและพยายามที่จะหาสิ่งที่ดีๆให้ เมื่อเห็นเราสองคนกินกันอย่างมีความสุขเจ้าของร้านก็มีความสุขตามไปด้วย

จึงมีคำกล่าวว่า.....การเป็นผู้ให้นั้นมีความสุขมากกว่า และเมื่อเห็นผุ้รับมีความสุขผู้ให้ก็จะมีความสุขเพื่มเป็นเท่าทวีคูณ

และนี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับของการมีอายุยืน......จากการเป็นผู้ให้

เนื้อแพะตุ๋นกับหอมใหญ่ มะเขือเทศ และเก๊ากี้ เท่านั้น แต่รสน้ำซุปที่ได้จากการทำให้สุกแบบช้าๆนั้นหอมกำซาบไปทั่วปาก ชุ่มคอ และเกิดความสดชื่นขึ้นในทันที ยิ่งได้ดื่มชารสเลิศที่เข้มข้นตามไปเพื่อล้างไขมันด้วยก็จะทำให้ได้คาเฟอีนอ่อนๆที่จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และสารไบโอฟวาโวนอยด์ในชาก็จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยในการป้องกันการแก่ชราอีกอย่างหนึ่ง

ขาดไปแต่ไม่ได้ชิมนกพิราบตุ๋นที่ขึ้นชื่อของดินแดนแถบนี้ว่ามีคุณค่าและคุณประโยชน์ไม่แพ้กัน แต่ได้ลิ้มลองนกพิราบย่างแบบอบกรอบที่หนังกรอบแต่เนื้อนุ่ม เขาย่างแบบใช้ไฟอ่อนๆมาโดยใช้แค่เกลือเล็กน้อยกับพริกไทยทำให้ได้รสที่เป็นธรรมชาติมาก รับประทานกับแผ่นนานที่ทำจากแป้งข้าวสาลีซึ่งเป็นอาหารหลักอีกอย่างหนึ่งของดินแดนในแถบนี้ ก็ฟินไปอีกแบบ

ใครที่ได้เดินทางไปถึงเมืองคาชการ์ที่เป็นเมืองการค้าที่รุ่งเรืองมากตั้งแต่ยุคอดีต เป็นเสมือนแหล่งหลอมรวมวัฒนธรรมต่างๆมาตั้งแต่เอซียกลางจนถึงประเทศจีน เป็นตลาดกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันตั้งแต่ยุคโบราณ และยังคงมีสภาพให้เห็นอยู่บ้างถึงร่องรอยของอารยธรรมหลากหลาย แต่ที่ตลาดกลางเมืองนั้นมีสินค้าที่เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจได้แก่ ของแห้งต่างๆตั้งแต่ ดอกกุหลาบแห้ง เก๋ากี้ดำแห้ง ดอกเก็กฮวยป่าแห้ง และใบชาหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาชงเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพได้เป็นอย่างดี แต่ที่ติดใจมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นพุทราแห้งลูกใหญ่ที่สอดใส้ด้วยวอลนัทกับองุ่นแห้ง

เพราะของว่างกินเล่นชนิดนี้มีส่วนบำรุงสุขภาพเป็นอย่างดี พุทราแห้งนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดที่ไม่ละลายน้ำจึงช่วยลดอาการท้องผูก ในพุทราแห้งจะมีแร่ธาตุเหล็กสูงช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย วอลนัทมีไขมันชนิดดีที่นอกจากจะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตในร่างกายดีแล้วยังมีส่วนในการเสริมสร้างและซ่อมแซมผิวของระบบประสาทและสมองจึงได้ชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงสมองตามความเชื่อของการแพทย์แผนจีน องุ่นแห้งนั้นมีน้ำตาลที่เป็นแหล่งพลังงานและยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจากองุ่นด้วย เรียกว่ากินพุทราแห้งสอดใส้วอลนัทและองุ่นแห้งเม็ดเดียวได้คุณประโยชน์ทางด้านอาหารมาหลากหลาย นับเป็นภูมิปัญญาของผู้คนในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้จริงๆ

ลองเอาไปปรับอาหารการกิน......เพื่อจะได้มีสุขภาพที่ดีขึ้นกันบ้างก็ดีนะครับ