อาหารสุขภาพสไตล์คนลาว

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับเชิญไปบรรยายเกี่ยวกับการแพทย์ด้านสุขภาพแบบบรูณาการที่เป็นแนวทางในการดูแลด้านการแพทย์สมัยใหม่และน่าจะเป็นการแพทย์ในอนาคตที่เน้นการดูแลรักษาเฉพาะบุคคล และเน้นในการส่งเสริมสุขภาพให้ร่างกายมีชีวิตชีวาหรือที่รู้จักกันว่า vitality lifestyle นั่นแหละครับ

การจะเปลี่ยนแนวคิดจากการที่รอเป็นโรคแล้วค่อยไปพบแพทย์เพื่อรักษาเป็นการป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพของร่างกายนั้นจะต้องมีการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างแพทย์ผู้ให้การดูแลกับผู้มารับการปรึกษาด้านสุขภาพเพื่อที่จะหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลไป

ถ้าเราจะเปลี่ยนจาก Illness เป็น Wellness เราจะต้องเปลี่ยน i หรือ ฉัน ให้กลายเป็น we หรือเรา

ดังนั้นการพบปะพูดคุยกันในเรื่องของการดูแลสุขภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ให้การดูแลและผู้รับการดูแลจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันไปในแนวทางเดียวกันที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล

Wellness จึงเป็นเรื่องที่ต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและมีการปรับเปลี่ยนคำแนะนำ ให้เหมาะสมในแต่ละบุคคลโดยยึดหลักการทางการแพทย์ที่มีหลักฐานทางการศึกษามายืนยัน

และจะมีอะไรดีกว่าการจัดสัมมนาที่นำเอาแพทย์ที่มีความรอบรู้มาพูดคุยสนทนากับกลุ่มผู้ที่จะมารับการดูแลที่มาจากบุคคลหลากหลายอาชีพเพื่อที่การดูแลนั้นจะได้เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น

การจัดสัมมนาครั้งนี้ที่กรุงเวียงจันทร์จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเปิดประเทศเพื่อรับข้อมูลข่าวสารทางด้านการดูแลสุขภาพในแนวใหม่ดังกล่าวข้างต้น และเท่าที่สอบถามจากผู้เข้าร่วมสัมมนาที่มีหลากหลายตั้งแต่แพทย์อาวุโส

โส. นักธุรกิจ. และผู้ที่รักสุขภาพที่มีหลากหลายอายุตั้งแต่หนุ่มสาวจนถึงผู้อาวุโสโส. ได้ข้อมูลที่น่ายินดีว่าผู้ที่เข้ามาร่วมสัมมนามีการเปิดใจที่จะรับเรื่องราวใหม่ ที่เป็นประโยชน์ในการดูแลร่างกายให้มีสุขภาพที่ดี

สิ่งที่สังเกตได้อย่างหนึ่งก็คือผู้คนที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใสอัธยาศัยใจคอดีพูดจาสนทนาซักถามแบบให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ทำให้สามารถที่จะสื่อสารให้ความรู้ได้อย่างมีความสุขและจริงใจต่อกัน

เป็นความสุขที่ทำให้เกิดความผูกพันระหว่างแพทย์ผู้ให้การดูแลและผู้มารับการดูแลจนถึงขั้นต้องบอกในการสัมมนาว่าตามมาอีกเมื่อไรจะมาในทันที

เพราะมาแล้วมีความสุข ใครมราเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็คงรู้ดีว่าเวลาที่เราเอาอะไรที่ดีๆไปให้ใครแล้ว เขารู้และเขารับด้วยความยินดีนั้นเราที่เป็นผู้ให้มีความสุขกว่า

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำมจึงชอบเดินทางไปบรรยายในที่ไกลๆ ที่ผู้คนยังมีอัธยาศัยใจคอที่โอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน ไว้ใจซึ่งกันและกัน เพราะการที่เราได้พาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศแบบนั้น ในสถานที่ที่มีพลังงานในด้านบวก เราจะได้รับพลังชีวิตที่ดีที่จะทำให้ร่างกายและจิตใจของเราสดชื่นและคืนมาเป็นการชะลอวัยแบบบูรณาการแบบหนึ่งที่ไม่ต้องใช้เงินทางไปซื้อมา

มาถึงหัวข้อเรื่องอาหารสุขภาพในแบบลาวที่ได้เห็นมาในหนึ่งวันหนึ่งคืนที่ได้ไปสัมผัสเป็นครั้งแรกหลังจากเดินทางมาเกือบจะทั่วโลก ที่จริงเขามีอาหารหลากหลายให้รับประทานเหมือนที่อื่น

แต่ที่รับประทานทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นก็คือ........เฝอลาว

เป็นเส้นในน้ำซุปหรือที่เราเรียกว่าก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ.........

ต่างกันตรงที่ว่าน้ำซุปที่นี่มีการใส่สมุนไพรหลายชนิดที่ทำให้น้ำซุปหอม มีกลิ่นที่เรียกความสดชื่นกลับคืนมา น้ำซุปนั้นใสจากการเคี่ยวน้ำซุปด้วยไฟอ่อนๆ เป็นเวลานาน เส้นจะมีทั้งเส้นเล็ก เส้นหมี่ วุ้นเส้น และบะหมี่ และท้อปปิ้งก็จะมีทั้ง เนื้อไก่ฉีกเป็นเส้น เนื้อวัวแล่บางๆ ลูกชิ้นเนื้อและลูกชิ้นหมู

แต่ที่สำคัญก็คือมีผักสดหลากหมายให้ใส่ผสมรวมกัน ตั้งแต่มะเขือเทศสดฝานบาง ถั่วงอกที่ล้างมาอย่างดี และผักท้องถิ่นนานาชนิดที่สรรหามาวางให้เลือก

กระเทียมเจียวนั้นเจีนวมาพอดีจนมีกลิ่นหอมของกระเทียมและน้ำมันงา พริกผัดน้ำมันนั้นหอมจนอยากขอซื้อกลับบ้าน และพริกไทยดำบดแบบหยาบๆให้ทั้งกลิ่นหอมและร้อนกระเพาะยอมรับประทานช่วยในการย่อยและการไหลเวียนโลหิต

แต่ทั้งหมดนั้นไม่สำคัญ.........เพราะที่ไหนก็น่าจะพอหาได้และทำได้

ที่สำคัญก็คือผู้ปรุงอาหารที่ยิ้มแย้มแจ่มใสชี้ชวนและให้คำแนะนำแก่ผู้มารับประทานอย่างมีไมตรีจิตและมีความเมตตา

ความเมตตาคือความอยากจะให้คนที่รักมีความสุข เมื่ออยากให้คนที่มารับประทานอาหารมีความสุขแล้วเขาก็จะทำการปรุงอาหารอย่างเต็มอกเต็มใจด้วยรอยยิ้ม อาหารที่ปรุงออกมาก็ย่อมจะมีรสทั้งรสอาหารและรสทิพย์จากน้ำใจของผู้ปรุง

เราจึงไม่ใช่แค่การรับประทานอาหาร แต่เรารับประทานน้ำใจไปด้วยทำให้ได้อาหารทิพย์ที่นอกจากจะทำให้สุขภาพกายดีแล้ว สุขภาพใจของเรายังดีอีกด้วย

เหมือนตอนที่บรรยายเสร็จแล้วทุกคนที่อยู่ในห้องรุมซักถามด้วยความอยากรู้ และยินดีมีความสุขเมื่อเราตอบกลับอย่างจริงใจและให้ข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นประโยชน์ต่อผูเเข้าร่วมสัมมนาที่เสียสละเวลาอันมีค่าของพวกเขามาฟังเรา

หมดเวลาสัมมนาแล้วทุกคนก็ยังมาต่อคิวเพื่อปรึกษาส่วนตัวกันอย่างไม่ยอมเลิก ยอมเสียสละเวลารับประทานมาปรึกษาเพื่อให้ได้คำตอบด้านสุขภาพที่จะเป็นประโยชน์

การมีความจริงใจซึ่งกันและกัน การมีความเมตตาให้แก่กัน และการให้เกียรติชื่นชมในกันและกันนั้นยังเป็นวิถีชีวิตที่เห็นได้ง่ายในสังคมของคนลาวในปัจจุบัน และทำให้การได้มีวาสนาไปเยี่ยมเยือนในครั้งนี้ได้ต่อชีวิตให้ยืนยาวไปอีกไม่มากก็น้อย

หาเวลาไปสัมผัสน้ำใสใจจริงของคนในชนบทในที่ต่างๆกันบ้างจะได้นำเอาพลังชีวิตที่ดีงามกลับมาต่อพลังชีวิตของเราให้ยืนยาวต่อไป

สัปดาห์หน้าจะเดินทางไปเยี่ยมเยือนหมู่บ้านคนอายุยืนที่เมืองเหอเถียนมณฑลซินเกียง เพื่อดูวิถีชีวิตของพวกเขาว่าเป็นอย่างไรจึงทำให้อายุยืน

เป็นบทต่อเนื่องจากการไปเยี่ยมเยือนหมู่บ้านปาหม่ำมณฑลกว่างซีที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขียนเรื่องให้พรรคพวกที่รักทุกคนอ่านมาทุกสัปดาห์จนถึงวันนี้แล้วพบกัน ใหม่สัปดาห์หน้าครับ